ยาวนิดนึง

จริงๆแล้วช่วงที่หายไป  มีกิจกรรมเยอะเลย 
แต่เอามาลงทีเดียวคงไม่ได้ มันไม่ปะติดปะต่อกัน
เลือกเอาเฉพาะช่วงหลังๆมานี้แล้วกันครับ

 

เริ่มจาก  ไปสอบสัมภาษณ์ที่ บางมด-BKT  เมื่อวันที่ 14 พ.ค.
พ่อขับรถไปส่ง แล้วก็พบว่า...เรามีนากุ้งเป็นเพื่อนจริงๆด้วย  
ร้านซ๊ฟู้ดมีเยอะจริง ! แต่อย่าหวังได้กิน  มันอยู่ไกลมากกกกกกก
อากาศดีนะ  หันไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งหญ้าปลิวลม  สวันน่าเมืองไทย 555+

คิดแง่ดี  เอาวะ อย่างน้อยก็ไม่มีมลพิษของเมืองหลวง
แม้เราจะมีควันบุหรี่ที่อภินันทนาการจากรุ่นเพื่อน และรุ่นพี่...รมปอด
แม่บอก แจ่มมาก  จะได้ไม่ไปเที่ยวกลางคืนเสียคน  หุหุ
ระหว่างทางมัวแต่มึน จนลืมถ่ายรูป

เดินเข้าไป  งง   เพราะว่าไม่มีคนในคณะเลย
ขึ้นไปห้องกิจการ   ก็เจออาจารย์คนฟิลิปปินส์ ใส่อังกฤษไม่ยั้ง
ไอเราก็งงๆ  เอ๋อๆ  สุดท้ายเค้าก็ไปตามอาจารย์คนไทยมา
เขาคงแอบนึกในใจ "ไอ้เด็กคนนี้จะเรียนไหวไหมเนี่ย..."

จากนั้นอาจารย์ก็พาไปส่ง  ไปถ่ายรูป ลงประวัติ ลงทะเบียน
ฝนตกหนักด้วยวันนั้น  จำได้ว่าหัวฟูมาก เพราะปิดเทอมแล้วไม่ตัดผม
สรุป รูปนักศึกษาออกมาดูเหมือนรูปคนงานก่อสร้างต่อเติมตึกแถวนั้น
ปีหน้า แนะนำน้องๆ หรือเพื่อนๆ...จัดทรงไปให้ดีนะครับ
ตอนนั้นเพิ่งจะสิบโมง   เวลาสัมภาษณ์บ่ายโมง
เลยไปดูหอพักนักศึกษา  จองห้องชั้น 4 มา
ถาม พี่ครับไม่มีลิฟต์เหรอ -- พี่ก็บอก "น้อง ตึก 4 ชั้นเค้าไม่ให้มี"
เราก็เพิ่งนึกออก ว่า...เออ แค่ 4 ชั้น เค้าไม่อนุมัติสร้างลิฟต์นี่หว่า 555+
("บอกแล้วว่าเรียนไม่ได้หรอก" เสียงตามหลอน...)

จองเสร็จ (ยังไม่จ่าย จ่ายวันย้ายเข้า 30 โน่น)
ก็ไปจ่ายค่าโต๊ะดราฟ กับอุปกรณ์การเรียน...

บ่ายโมง  ได้เวลาสัมภาษณ์  เพิ่งจะมีเด็กรอบ central U. admission มา
คือที่บางมดนี้จะรับคนแอดกลางน้อยมาก 
ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นรอบ direct admission ประมาณ 80-90%
ปี 52 นี้เปิดรับสอบตรงถึง 4 รอบเลยนะ  แต่เราก็ดันติดรอบแอด
ขออธิบายตรงนี้ก่อนสำหรับคนที่คิดว่า...
ต้องมีคะแนน TOFL IELTS ยื่นนั้น  ยังไม่ต้องครับ  
สอบตรงเค้ามีข้อสอบวัดภาษาอังกฤษให้ 
แล้วไปสอบ โทเฟล 500+  และไอเอลท์ 5+ ก่อนขึ้นปีสองเอา
ส่วนแอดกลาง  อันนี้ต้องคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ 60+ ถึงจะมีสิทธิ์เลือกที่นี่


รูปดีๆมีไม่ถ่ายมานะกู 55+  ตึกเค้าสวยออก




แว่บไปดูข้อมูลได้ที่
http://www.arch.kmutt.ac.th/admission.html


ต่อ...
จากนั้น อาจารย์คณะก็เรียกผมเข้าคนแรกเลย มีอาจารย์สัมภาษณ์คนเดียว
เพราะอีกคนอยู่บนทางด่วน...(บอกแล้วฝนตกหนักมาก.)
สิ่งที่สัมผัสได้ คือ  แอร์เย็น...ไปไหน (ฝนก็ตกอยู่แล้วว)
สัมภาษณ์นี่ แทบหมดความประหม่า  แล้วเอาไปสั่นกับความหนาวแทน
อาจารย์ก็ถามเรื่อยๆนะ  นี่ตัวอย่างที่พอจำได้ (ตัวอย่างนะเนี่ย 55+)
"แนะนำตัวครับคุณ...ไปไงมาไง คิดไงบ้างกับบางขุนเทียน  รู้มั้ยว่า Tect กับ Int มันต่างกันนะ
รู้เหรอมันต่างกันยังไง...ได้ยินมาบ้างมั้ยว่าชีวิตในมหาลัยเป็นไงบ้าง...เหรอ...งั้นต้องพยายาม
รู้ว่างานหนัก ก็ต้องทำงานหนักนะ...อังกฤษสนทนาคุณอยู่ในระดับกลางๆ   ผมว่าคุณต้อง    -
พยายามกว่านี้อีกนิดเวลาเอาไปใช้ใน auditorium มันจะได้คล่องๆ  ไม่งั้นลำบาก"

แล้วก็มีอาจารย์ที่ต้องสัมภาษณ์คู่โทรมา...บอกว่าอยู่บนทางด่วน
อาจารย์วางสาย แล้วก็หันมายิ้มกับผม  บอกว่า "เนี่ยผมจะถ่วงเวลาคุณให้อยู่รออาจารย์อีกคน-
มาก่อน 
ไหนดูซิ  มีอะไรให้ผมถามคุณได้อีก (หยิบใบประวัติขึ้นมา) อืมมม มีพี่น้องคนนึง  พ่อ
ทำงานอะไรแม่ล่ะ...คะแนนอังกฤษดีนี่...มีอะไรจะถามไหม
"
เอ่า  โอกาสมาแล้ว   ผมก็คิดอยู่ซักพัก ว่าถามยังไงไม่ให้ดูเอ๋อ  ถามสิ่งที่อยากรู้
ประมาณว่ามีคอร์สเรียนอังกฤษเพิ่มมั้ยครับ แล้ว สมัครที่ไหน
เรียนยังไง มีอ.ต่างชาติเยอะรึเปล่า  เน้นเรื่องแกรมมาร์มากมั้ย  ฯลฯ
อาจารย์ก็ตอบ  "มีนะ เมื่อก่อนห้องสมัครเรียน Intensive Eng. มันอยู่ข้างห้องสัมภาษณ์นี่แหละ
แต่แบบที่คุณเห็น เค้าปิดปรับปรุงตึก  เนี่ยอย่างห้องนี่  เปลี่ยนแอร์ใหม่ ตัวเก่ามันเสียงดังไปนะ
เปลี่ยนให้เลยเนี่ย กลัวพวกคุณนอนกันไม่กลับ  พอแอร์เย็น  หลับสบายใช่ป่ะ ฮ่าๆๆๆ แกรมมาร์
ไม่เน้นนะ  แต่มันจำเป็นไง  เวลาคุณทำรายงานเขียน Thesis เงี้ย มันต้องถูกไวยกรณ์นะ   การ
พูดก็สำคัญว่ามันต้องถูกหลักไม่งั้นโดนตัดคะแนนบานเลย เพราะมี guest committee ด้วยไง -
สำคัญแหละๆ  คุณลงทะเบียนได้นะ...อ่อ คุณต้องไปถามพี่จา? รู้จักพี่จายัง? หน้าห้องเนี่ย   เอ่อ
ไม่ก็ถาม...ใครนะ ชื่อไรนะ ผมนึกไม่ออกอ่ะคุณก็ไปหาๆเอาเองละกัน...อาจารย์ก็มีทุกชาติน่ะ -
สมมุติคุณมีเรียน 6 ตัวนะ  อาจารย์ต่างชาติจะมีประมาณ 50% โห เยอะมากใช่ป่ะ เนี่ย อาจารย์
ก็จะวนๆกันไป หน้าเดิมๆแหละ  แกชอบเดินไปแจม ตั้งแต่ปี 1 ถึง ปี 5 เลย"
(*สำนวนทั้งหมดเป็นสำนวนภาษาไทยที่ผมเขียนเอง จริงๆอาจารย์ไม่ได้สัมภาษณ์ภาษาไทยนะครับ*)
แต่เวลาคุยกับอาจารย์  ฟีลนี้จริงๆนะ  ก็คงพยายามทำให้เราผ่อนคลายที่สุดแหละ
สัมภาษณ์จบก็ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ   แล้วก็รีบเดินออกมา  อืมมม...อากาศต่างกันฟ้ากับเหว 55+



นี่รูปหอพัก (ตอนทุ่มนึง)

ถ่ายไกลมากกกก  ถ่ายจากตึกเรียน  จากหอพักมองออกไปก็เห็นทะเล
มองไปอีกฝั่งก็หอหญิง  :)))  แต่เค้าห้ามขึ้นผิดฝั่งนะครับ หอชายหอหญิง
ห้ามเอากล้องขึ้นหอด้วย  กลัวมีการแอบถ่าย (จริงๆนะ!) สาวๆน่ารักมาก ก็น่าระวังอยู่หรอก 
ไปดูห้องมาแล้ว..ไม่เข้าใจจะมีห้องครัวไว้ทำอะไร...ถ้าทุบครัวออกห้องจะกว้างขึ้นเยอะเลย

กลับกรุงแล้ววว

พี่ๆในคณะกันเองมาก - มากที่สุด  โอเคเลยนะ
เด็กนานาชาติ หรือเด็กที่จบนอกก็ไม่ได้เป็นแบบที่คิดทุกคนหรอกครับ

จริงๆเรียนที่ไหนก็ดีนะ  ดีทุกสถาบัน
อยู่ที่ตัวคุณนั่นแหละ เข้าไปแล้วทำดีหรือเปล่า
ถ้าทำไม่ดี มันก็ไม่ดี...


หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์บ้าง สำหรับคนที่ปีหน้าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในเรื่องการสัมภาษณ์  แนะนำว่าอย่าไปวิตกครับ  เค้าไม่คัดออกหรอก
เหมือนกับแค่ให้ไปรายงานตัวมากกว่า ว่าคุณมีตัวตนจริงๆ   เพราะงั้นอย่าไปซีเรียส
เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด  แค่นั้นแหละ

 

 

คราวหน้า  เรื่องงานแรกพบมดน้อย ของคณะถาปัตบางมดครับ...
(กึ่งๆรับน้อง แต่รุ่นพี่บอก นี่แค่น้ำจิ้ม ...)

ป.ล. เหนือสิ่งอื่นใด...สาวๆน่ารักกันทุกคนครับ  จริงๆ !  =.,= หุหุหุ

 

แถม  รูปไปเอสพลานาด

ไปดู race to the witch mountian ซื้อกระปุกแมวจากเรื่อง Bolt มา
แล้วขากลับก็ต้องแวะร้านนี้ทุกครั้งที่ไป.... GINDAGO คนชอบทาโกยากิ
ต้องไปให้ได้ซักครั้งนะครับ  อร่อยมาก  55+

บีบมายองเนสนิดนึง...


วิธีไปเอสพลานาด : รถใต้ดิน ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรม
จากนั้นออกทาง gate สถานทูตจีน (อันขวามือ) ขึ้นไป
ก็อยู่ซ้ายมือเลย  เดินเอาหน่อยเดียว  ถ้าขึ้นผิด gate นี่
เดินนรกครับ  ขอบอก =_,="  นึกภาพแล้ว
หิว !  55 5+

หารูปทาโกยากิที่ถ่ายไม่เจอ  เอาเป็นว่าเข้าไปดูของพี่ dunbine เขาแล้วกันครับ
http://dunbine.exteen.com/20070530/gindaco
http://dunbine.exteen.com/20081003/esplanade-1-tohkai
ลิ้งค์อันที่สองนี่จะอยู่ล่างๆเลย

 

ไว้แวะไปกันนะครับ... 
(จับฉ่ายมาก  ขึ้นต้นมหาลัย ลงท้าย อาหาร...)

ป.ล.คน comment น้อยไม่สำคัญ เอาให้ได้ประโยชน์กันจริงๆทีเทอญ...