อาสาสมัครพิทักษ์อ่าวไทยตอนใน (?)
posted on 23 Oct 2009 23:34 by c-vane in D-iary
ปิดเทอมปีหนึ่ง
ในขณะที่เพื่อนๆตระเตรียมงานติวความถนัดสถาปัตย์น้อง
หรือบางคนอาจจะพักผ่อนชดเชยช่วงเปิดเทอม (ที่โต้รุ่ง 7 วันติด)
ใครบางคนแถวนี้ก็เลือกจะหางานเข้าตัว...
จริงๆคือหาเรื่องเที่ยว
แต่ดูเป็นการเที่ยวที่สมบุกสมบันไปหน่อย
เพราะร่างกายมันไม่ได้เจองานแบกหามมาเป็นเวลานานตั้งแต่ผ่าตัด รวมๆก็ปีกว่า
ไม่ได้คิดว่าจะไปหรอกครับ
14 ตุลาฯ ผมยังไปเตร็ดเตร่เดินเล่นแถววังหลังอยู่กับเพื่อน ข้าวของไม่เก็บ
ศิลปากร ธรรมศาสตร์(ไปวันที่ 14 ตุลาฯเนี่ย เพื่อนก็พาทัวร์พร้อมเล่าประวัติ) เดินมาหมด
เป็นการเก็บข้อมูลของมหา'ลัยอื่น เพราะที่คณะผมมันไม่ค่อยมีอะไร...(นอกจากงานให้ทำ)
รุ่งเช้า 15 ตุลาฯ วันเดินทาง
เพิ่งตัดสินใจว่าจะไป ก็เลยลุกมาจัดกระเป๋า
พวกพี่ๆนัดเจอที่ ม.เกษตร เจ็ดโมงครึ่ง
ตัวผมนั้นไม่ค่อยจะเห่อการไปค่ายอาสาครั้งแรกในชีวิตเล้ยยย
ได้ทำการโบกแท็กซี่ ไปถึงที่นัดหมายตอนหกโมง
ภาคภูมิใจจริงๆเลยครับ 
และด้วยความตื่นเต้นกับบรรยากาศแปลกใหม่ ก็เลยลืมถ่ายภาพช่วงแรกๆ
ลำดับภาพตามช่วงเวลาเลยแล้วกัน
ตอนเช้าก็มีการแนะนำตัว แล้วก็สันทนาการน้องๆเป็นการวอร์มอัพ
สันฯแม่งทั้งวันนั่นแหละครับ สร้างความคุ้นเคยระหว่าง staff กับน้องๆ
ตอนเย็นก็มีไปดูนกกัน โดยรวมแล้วเราก็มีวัตถุประสงค์ไปปลูกป่า ดูนก
และด้วยศักยภาพของกล้องที่ใช้ ทำให้ไม่สามารถจับภาพนกทะเลมาให้ชมได้
เราเลยมีนกบกมาให้ชม 

สถานที่ที่ไป เป็นนาเกลือครับ แถวจังหวัดสมุทรสาคร
เราใช้สถานที่ของโรงเรียนวัดบางขุด เป็นฐานทัพในการสร้างแหล่งเรียนรู้ และปลูกป่า
น้องๆแต่ละโรงเรียนก็ใส่เสื้อยืดต่างสีไป รู้สึกจะมี ชมพู เขียว เหลือง
ผมก็จำไม่ได้นะว่าโรงเรียนไหนสีอะไร (เด็กยังมีแบ่งสีวุ้ย 555) แต่น่ารักเท่าเทียมกัน
และเนื่องจากเราไม่ได้ทำ review การเข้าค่ายอาสา รายละเอียดจึงขาดหายไปพอสมควร
ก็ถือว่าเก็บภาพมาฝากแล้วกัน


เปลือกหอยเล็กๆเต็มคันนาเลย (เขาเรียกคันนาหรือเปล่า?) เป็นนาเกลือนะ

นางแบบของเรา (จริงๆมีหลายคน แต่ขอเก็บไว้ดูคนเดียว
)

หมดวันแรกกับน้องๆแล้ว พวกเราก็เดินทางกลับที่พัก บางคนก็เดินไปส่งน้องที่บ้าน
เพราะว่านักเรียนส่วนใหญ่บ้านก็จะอยู่แถวๆนั้น รัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร
ค่ายครั้งนี้เป็นค่ายไป-กลับ กลางคืนก็จะเหลือแต่พวกพี่ๆอาสาสมัคร
เอ่อ...ยกเว้นลิงทะโมนบางตัวที่อยากใกล้ชิด staff เป็นพิเศษ
น้องๆผู้ชายโตๆก็จะหอบข้าวหอบของหนีแม่ มานอนที่โรงเรียนด้วย
(มันหนีจริงๆนะ เพราะบางคนที่บ้านไม่อนุญาตมันก็ยังมาสร้างความปั่นป่วนได้)
ความประทับใจยามดึก คือ ยุงน้ำเค็มแม่งกัดได้จี๊ดมากกกกก
กัดแล้วนิ่ง ปัดไล่ไม่ไป ต้องใช้นิ้วเขี่ย เขี่ยแล้ว...เละ
ดีที่พี่ๆเตรียมมุ้งไปให้ (แม้ว่าสุดท้ายยุงก็อยู่เต็มมุ้งอยู่ดี)
ค่ำๆ กินข้าวกัน ขอบอกว่ากับข้าวอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกก (ตัว ก.ไก่แปรผันตรงกับความอร่อย)
แม่ครัวที่นี่ทำอะไรก็อร่อย ทุกมื้อเย็นพี่ๆก็จะดื่มด่ำกับบรรยากาศนาเกลือ ข้าวเย็น และยุง
อิ่มเอมกันไป (เน้นว่าโดยเฉพาะยุง เยอะจริงๆ)
ตกดึก ยังไม่ได้นอนกันหรอกครับ
พวกลิงๆ ก็จะมาตามหลอกหลอนเล่าเรื่องผี วิ่งกันตึงตังๆ ระหว่างที่พวกพี่ staff ประชุมสรุปงานวันนี้
โลเคชั่นที่นอน คือโรงเรียนไม้เก่าๆสองชั้น...หน้าต่างไม่มีม่าน ไม่มีมุ้งลวด ไม่มีเหล็กดัด Nude มาก
อาบน้ำ เราอาบในห้องน้ำนักเรียนเนื่องจากไฟยังไม่ได้ต่อเลยต้องจุดเทียนอาบ
ต้องขอขอบคุณอาจารย์และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7และหมู่ 8 ที่เอาผักบัวมาติดให้
ไม่งั้นต้องตักอาบ จุดเทียน ผสมเรื่องผีของพวกเด็กๆ ก็...เอ่อ เข้าข่ายฉากในหนังผีไทย...
แล้วประชุมงาน ประชุมที่ไหน
ประชุมในห้องวิทยาศาสตร์ครับ มีหุ่นจำลองกายวิภาค ตับไตไส้พุงงี้ไหลออกมากอง
สัตว์ตัวเล็กๆดองในโหล...บรรยากาศสยิวกิ้วที่สุด...บอกตรงๆวันแรกผมหลอนครับ
คืนนั้นนอนกันเที่ยงคืนพอดี เสียงลิงก็ยังวิ่งเล่น กรี๊ดกร๊าดกันต่อไป แต่พี่ staff ไม่ไหวแล้วครับ
ง่วงจนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น หลับลูกเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนตก
ก็เลยมีอะไรแปลกๆมาฝาก คิดว่าในกรุงเทพฯหาดูได้ยากแล้วครับ

อาจจะยังเห็นไม่ชัดว่ามันแปลกยังไง ถ้าไม่เพ่งให้ดีไม่เห็นแน่ เอาใหม่ ไปปรับสีมาให้

เห็นมั้ยครับ รุ้งสองเส้น เส้นหนึ่งอยู่หน้าโบสถ์ เส้นหนึ่งอยู่หลังโบสถ์
จริงๆคิดว่าที่กล้องของส้มน่าจะเห็นชัดกว่านี้(ใช่สิ...นายมันใช้กล้องมีสกุลรุนชาติ)
กล้องผมได้แค่นี้แหละ 

กินข้าวเช้ากัน อาหารเช้ากับอาหารเย็นมันจะต่างกันนิดหน่อยตรงความหรู
เพราะว่า เรากินข้าวร่วมโต๊ะกับเด็กๆ ก็จะเป็นอาหารเด็กๆ
มื้อเย็นคืออะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว หลังจากเหนื่อยทั้งวัน
คิดถึงฝีมือแม่ครัวที่นั่น

กินข้าวเช้า พี่ staff ร่าเริงหลั่นล้า
จากนั้นเราก็ให้พี่ staff ไปประจำกลุ่มน้องๆ กลุ่มหนึ่งมีน้องประมาณ 12 คน

หลังจากแบ่งงาน บางกลุ่มทำป้าย บางกลุ่มซ่อมสะพาน บางกลุ่มสร้างอาคารเรียนรู้

สภาพสะพานไม้ในดงต้นแสมหลังโรงเรียน
ต้นแสมบางต้นถูกตัด เพราะว่ามีช่วงหนึ่งที่นกทะเลมาทำรัง
แล้วพวกมูลนก เสียงร้องนกอะไรพวกนี้มันก็ส่งกลิ่นรบกวนการเรียน
ชาวบ้านเขาก็เลยลงมติให้ตัดบางส่วนทิ้ง
สะพานบางส่วนผุพังตามกาลเวลา
(มีน้อง staff ผู้ชายคนหนึ่งร่วงลงไปด้วย รู้สึกจะมีรายการถ่ายไว้ทัน)
อาสาสมัครหนุ่มๆก็มาช่วยกันซ่อมสะพาน
โดยมีบุคคลผู้ชำนาญการ (ภาพด้านล่าง) คอยคุมงานอย่างใกล้ชิด

ฝูงลิงแสม ในขณะที่พี่ๆซ่อมสะพาน น้องๆก็ปีนป่าย คอยชี้นิ้วสั่งงาน ว่าตอกตรงนั้นสิ ตอกตะปูแบบนี้สิ
(เพราะพ่อของน้องบางคนเป็นช่าง น้องๆก็เลยจะมีศัพท์เทคนิคมาสั่งงานพี่ๆ พี่ก็งงทำตามไม่ถูก 55)

พวกปู ปลา หรืออะไรๆก็เจอได้ง่ายๆทั่วไป
ตกเย็นเราก็ไปดูนก

เอ่อ...แล้วน้องดูอะไรครับ
ไม่เป็นไร เราข้ามฉ็อต ไปดูพี่ๆอาสาสมัครให้ความรู้เกี่ยวกับนกที่น้องๆเห็นดีกว่า...

เอ่อ...น้องครับ
เด็กเป็นอะไรกันวุ้ย ทำไมชอบมองโพยของเพื่อน 555
จริงๆรูปดีๆก็มี แต่เอารูปฮาๆมาลงดีกว่า
ขึ้นวันที่สามเลยแล้วกัน เริ่มเหนื่อยแล้ว
วันที่สามเรามีกิจกรรมเก็บต้นอ่อน และเมล็ดของพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าวไทยตอนใน

เดินทางโดยรถสองแถว สังเกตแดด ว่าร้อนแรงมาก...

ลุย

ลุย

และลุย
ลงจากรถแล้วเราต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อไปถึงชายฝั่ง
ที่ที่เราจะไปเก็บต้นอ่อนของโกงกาง แสม และลูกตานที่ลอยมาตามน้ำทะเล

ถึงแล้ว ถ่ายภาพเป็นที่ระทึก...(ต้นไม้มันสูงก็ช่างปีนกันจัง)

นั่งประชุมงาน (?) พี่แพรทำไมข๊าวขาว 555

แล้วก็เจอลูกปู วิ่งกันยั้วเยี้ยๆๆ ทุกก้าวเวลาเดินก็จะมีพวกนี้แหละวิ่งๆลงรู กลัวเหยียบมาก

น้องเจอปู ตื่นเต้นมาก 555 เพราะชายฝั่งหาดเลนมันอยู่ไกลจากหมู่บ้าน เด็กๆก็เลยไม่เคยมา
ก็เหมือนกับพาน้องๆมาเปิดโลกเหมือนกันนะ National Geographic มาก 
ช่วงที่เราไปเป็นช่วงน้ำลงพอดี ก็เลยจะเห็นพวกปูวิ่งกันชัดเจน

ลูกปูม้า ที่พอโตแล้วตัวละแพงๆ ก็มีด้วย

กุ้งก้ามกรามก็มี (มัรูปซูมกว่านี้ แต่มันเห็นแผลผ่าตัดที่มือ...สยอง เลยคัดออก)
สังเกตว่าจะมีแต่ตัวเล็กๆ พิสูจน์ว่า หาดเลนนั้นเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำจริงๆด้วย

พี่เสื้อชมพูมาจากรายการ "คนละไม้คนละมือ" มาถ่ายทำตลอด 4 วันเลย
ถ่ายแต่กลางวัน ไม่ได้ถ่ายชีวิตยามดึกของ staff (กลางคืนพี่เค้าขับรถกลับกรุงเทพฯ)
ก็เลยอดเห็นอะไรสนุกๆไปเยอะ พี่ไก่ พี่เบียร์ ผู้ดำเนินโครงการปล่อยมุขกันกระจาย

พี่พิธีกรรายการกับน้องๆ ถ่ายไปแล้วก็ไม่รู้ออกวันไหนเหมือนกัน รู้แต่วันเสาร์ช่วงสายๆ
(จริงๆมีภาพเบื้องหลังอื่นๆ แต่เอามาแค่นี้ ที่เหลือไปดูกันเอง 555)

ขากลับ น้องๆมันเอาภาระมาให้ กล้องส่องทางไกลสามตัวนี่ถึงกิโลฯมั้ย ไม่รู้
รู้แค่หนัก...มาก...กับระยะทางแดดระอุ 2 กิโลเมตร
แล้วเราก็เดินทางกลับโรงเรียนกันโดยสวัสดิภาพ (ของน้องๆที่สนุก แต่พี่ๆอาสาสมัครแทบกระอัก)

รูปพี่ staff กับน้องๆบางส่วน ชอบรูปนี้เพราะพี่กิ๊บดูต่างด้าวน่ารักดี 

สันทนาการช่วงบ่าย น้องๆดูมีความสุขดีแม้จะตากแดดที่มีความแรงกว่า 40c ในตอนเช้า
คืนวันที่สาม พี่ๆ staff นั่งคิดฐานให้น้องกัน กว่าพี่ๆจะได้นอนก็ตีสามตีสี่...
อุปกรณ์ทำฐานก็ไม่มี...เราก็เลยตัดเกมแบบอลังการออกไป นั่งทำอุปกรณ์แฮนด์เมดเลย
Skip เวลาไปวันต่อไป
วันสุดท้าย มีกิจกรรมเข้าฐาน
น้อง 6 กลุ่ม ก็มี 6 ฐาน
ผลออกมาประสบความสำเร็จดี เพราะน้องๆดูสนุกสนานเฮฮามาก
แน่นอนว่าพี่ไก่ก็มาเนียน เล่นด้วย แล้วก็แพ้เด็กไปตามระเบียบ

ผมได้ฐานที่ใช้ห้องบนอาคารเรียน ก็เลยสบายหน่อย เย็น แจกน้ำแจกขนมกันไป
ที่เห็นเป็นภาพที่ไก่ที่มาร่วมแจมในฐาน4 ของผม
ตกบ่าย เรามีพิธีอำลาน้อง พี่ไก่ผู้ตั้งค่ายก็ดีดกีตาร์ ร้องเพลงซึ้งให้น้องฟัง
เด็กทะโมนๆ หัวเราะแซวเพื่อนผู้หญิงที่ต่อมน้ำตาทำงาน
ซักพัก พอพวกพี่ๆ staff ทั้ง 20 คนเดินเข้าไปจับมือ กอดลาน้องๆ
ลิงก็ลิงเถอะครับ ร้องไห้ไป หัวเราะแซวเพื่อนไป เป็นภาพที่น่ารักดี 
ยิ่งพวกซนๆจะร้องหนักกว่าชาวบ้าน เห็นแล้วสะใจ๊สะใจ 
ก่อนกลับมีการปลูกต้นไม้สร้างภาพ
มีแค่ 17 คน เพราะมีพี่ staff สองคนหนีกลับบ้านก่อนแล้ว 555

พี่ๆได้เกลือกับกะปิกลับบ้านคนละถุง อาจารย์กับกลุ่มแม่บ้านเป็นคนแจก
สมกับที่ไปทำค่ายแถวนาเกลือ
ถุงเกลือ+กะปิหนักกว่ากระเป๋าเสื้อผ้าอีก 555
สรุป
เข้าค่ายครั้งนี้ได้อะไรที่คาดไม่ถึงเยอะเหมือนกันนะ อะไรที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้
การได้เจอเด็กๆ ได้เล่นกับพวกเขา ก็ทำให้เรามีความสุข
เด็กสมัยนี้ดูจะรู้อะไรๆดีเยอะเลยนะ อย่างนกท้องถิ่นแถวบ้านเขาเนี่ย เขาก็จะรู้ชื่อ
บางตัวพวกเราไม่รู้จัก ก็ถามน้อง
ค่ายครั้งนี้เราไม่ได้มาให้ความรู้ ให้ความสุขกับน้องอย่างเดียว
น้องก็ให้ความรู้และความสุขกับเราเหมือนกัน
ถือว่า มาแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆให้กับน้องๆ พวกเราก็อิ่มใจ (และอิ่มท้อง) กลับบ้าน
ถามว่าพักผ่อนครั้งนี้คุ้มกับที่เหนื่อยไหม
ขอบอกว่า ไม่คุ้ม ครับ นอนอยู่บ้านยังเรียก ว่าพัก มากกว่า
แต่
ถ้าเรานอนพักอยู่บ้าน
ถ้าเราบอกว่า เปิดเทอมเหนื่อยแล้ว
ถ้าเราคิดว่า จะไปเหนื่อยเพิ่มทำไม
เราก็จะไม่ได้พบอะไรดีๆ อะไรที่สดใหม่สำหรับชีวิต
คิดแบบนี้ ก็โอเคนะสำหรับค่าย 4 วัน 3 คืน 
ป.ล.
พี่ไก่บอกว่า
"ความสำเร็จเริ่มทีละก้าว มองก้าวที่เดินให้มากกว่ามองผลที่ได้จากการกระทำ"
อย่างขับรถไปปลูกป่าที่เชียงใหม่ คุ้มไหมกับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราสร้างจากควันรถ
เผาผลาญเชื้อเพลิงไปเท่าไหร่ แล้วต้นไม้ที่เราปลูกมันทดแทนได้เหรอ
ไม่ต้องทำอะไรให้มันใหญ่โต เลิศเลอ แค่ทำเท่าที่ทำได้ แต่ทำแล้วมันดี ก็พอ
(จริงๆมันมีคำสรุปสั้นๆ ง่าย ได้ใจความ นะ...แต่ผมจำไม่ได้ ดันไปจำคำแปล 55)
จบห้วนๆแบบนี้เลย พิมพ์นานมาก entry นี้
คราวหน้าพาไปเที่ยวที่ไหนดี
(ต้องขอเก็บเงินก่อน)
แล้วเจอกันครับ